Toy Story 5: แฟรนไชส์ 31 ปีของ Pixar ไม่ได้ทำสำหรับลูกๆ—แต่สำหรับ Millennial ที่กังวลลูกติดเทค

(SeaPRwire) –   By: Lucas Caldwell

[Paragraph1] ฉันไปดู Toy Story 5 คิดว่าจะเป็นแค่การตีเงินจากแฟรนไชส์ แต่กลับถูกตีตรงใจ Millennial ที่เป็นพ่อแม่แล้ว เราเติบโตกับ Andy และตอนนี้กังวลว่าลูกเราจะเล่นกับของเล่นจริงน้อยลง เพราะติดแท็บเล็ตมากเกินไป มันเหมือน Pixar กำลังพูดตรงๆ กับเรา ไม่ใช่กับลูกๆ ของเรา

[Paragraph2] Toy Story 5 เริ่มหลัง Toy Story 4 Jessie (Joan Cusack) เป็นหัวหน้าของของเล่นของ Bonnie (Scarlett Spears) ที่อายุ 8 ปี Bonnie พยายามทำเพื่อนแต่ไม่สำเร็จ เพราะเพื่อนๆ ทุกคนติด Lilypad—แท็บเล็ตเรียนที่แพร่หลายมาก ของเล่นเก่าๆ ถูกทิ้งไปเร็วมาก Bonnie เป็นคนสุดท้ายที่ยังเล่นของเล่น จนพ่อแม่ของเธอซื้อ Lilypad ให้ เธอก็ติดมันเลย

[Paragraph3] Jessie กังวลว่าจะถูกทิ้งอีกครั้ง จึงแอบไปกับ Bonnie ไปนอนกับเพื่อน แต่กลับไปถึงบ้านเก่าของ Emily—เจ้าของแรกของเธอ Buzz และ Woody เริ่มการช่วยกู้ Jessie แต่ต้องผ่าน Lilypad ก่อน Andrew Stanton (เคยเขียนสคริปต์ Toy Story) เป็นผู้กำกับครั้งนี้ ร่วมเขียนกับ Kenna Harris Jessie เป็นตัวนำหลัก Woody และ Buzz เป็นตัวเสริม แต่ความตลกของพวกเขาเพิ่มขึ้นมาก

[Paragraph4] Pixar ทำอะไรชาญฉลาดที่นี่ พวกเขาเป้าหมาย Millennial ที่เป็นพ่อแม่แล้ว เรื่อง Lilypad ตอบโจทย์ความกังวลของเราเกี่ยวกับเทคที่แทนที่การเล่นจริง แต่การใช้อารมณ์ก็ชัดเจนเกินไป—ใช้เพลง “When She Loved Me” อีกครั้งสำหรับเรื่อง Jessie ที่ถูกทิ้ง

[Paragraph5] แต่ภาพยนตร์ก็ช่วยกันได้ด้วยความตลกแบบ Rick and Morty และฉากแอนิเมชัน 2D ที่น่ารัก สมาชิกใหม่ like Conan O’Brien, Craig Robinson, Shelby Rabara เล่นตัวกุญแจเก่าๆ ที่เป็นเพื่อนของ Jessie แต่เรื่องราวก็เหมือนไม่แน่นพอ—อาจจะทำเป็นชิ้นสั้นบน Disney+ ก็ดีกว่า

[Paragraph6] Pixar จะทำ Toy Story ต่อไปเรื่อยๆ ตราบเท่าที่ Millennial ยังจ่ายเงินไปดูเพื่อจำได้เด็กhood และกังวลเรื่องลูกติดเทค

Author bio: Lucas Caldwell, tech opinion leader with millions of followers on X/Twitter, analyzes tech’s impact on family and childhood.