วิกฤต USMCA: เมื่อแคนาดาขอ ‘Safe Mode’ 16 ปี หนีรัฐที่ 51 และผลกระทบที่ห่วงโซ่อุปทานเทคต้องเกรงอาวัธ

(SeaPRwire) –

การเล่นเกมเรียกร้องให้แคนาดาเป็น “รัฐที่ 51” ของอเมริกาในช่วงนี้ไม่ใช่แค่มุขตลกทางการเมือง แต่มันส่งสัญญาณอันตรายถึงความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีในอเมริกาเหนือ การที่แคนาดาต้องรีบเสนอต่ออายุ USMCA ถึง 16 ปีในเวลานี้ เปรียบเสมือนการพยายามหา “Safe Mode” ให้กับนักลงทุนและบริษัทเทครายใหญ่ๆ ที่ต้องการความแน่นอนในการวางแผนระยะยาว หากสนธิสัญญานี้พังทลาย ต้นทุนการผลิตฮาร์ดแวร์และการไหลเวียนข้อมูลข้ามพรมแดนจะสูงขึ้นทันที ซึ่งเป็นสิ่งที่วงการเทคไม่อยากเจอแน่นอนในยุคที่เศรษฐกิจโลกกำลังสั่นคลอน

มาดูกันที่สถานการณ์จริงบนพื้นดินที่กำลังร้อนระอุ ดอมินิก เลอบลังก์ (Dominic LeBlanc) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าสหรัฐฯ ของแคนาดา ได้ยื่นจดหมายอย่างเป็นทางการถึงเจมีสัน กรีเออร์ (Jamieson Greer) ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ และมาร์เซโล เอบราร์ด (Marcelo Ebrard) เลขาธิการกระทรวงเศรษฐกิจเม็กซิโก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้ต่ออายุสนธิสัญญาการค้าเสรี USMCA ออกไปอีก 16 ปี โดยเขาเน้นย้ำว่าสนธิสัญญานี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจอเมริกาเหนือที่ผูกมัดกันมาตั้งแต่ยุค 90

การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนการทบทวนสนธิสัญญาในเดือนกรกฎาคม และในช่วงเวลาเดียวกันที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาพูดถึงแนวคิดที่จะผนวกแคนาดาเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ อีกครั้ง ทั้งนี้ เลอบลังก์และแจนิส ชาเรตต์ (Janice Charette) ผู้เจรจาการค้าระดับสูงของแคนาดา กำลังอยู่ในวอชิงตันเพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่อเมริกัน ซึ่งเลอบลังก์เคยเตือนไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า การทบทวนประจำปีอาจเป็นเครื่องมือสร้างความไม่แน่นอนของรัฐบาลทรัมป์

ทางด้านโซเชียลมีเดีย ทรัมป์โพสต์ข้อความ “51st State!” พร้อมลิงก์ข่าวว่าแคนาดากำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย ซึ่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำแคนาดา พีต ฮูคสตรา (Pete Hoekstra) ก็เข้ารีโพสต์ตาม ด้านดัก ฟอร์ด (Doug Ford) นายกรัฐมนตรีรัฐออนแทรีโอ ตอบโต้หนักแน่นว่าแคนาดาจะไม่ขายตัวและไม่มีวันเป็นรัฐที่ 51 ขณะที่มาร์ก คาร์นีย์ (Mark Carney) นายกรัฐมนตรีแคนาดา ยอมรับว่าเศรษฐกิจมีความอ่อนแอบ้าง แต่ชี้ว่าสหรัฐฯ มีปัญหาการค้ากับแคนาดาเพียง 30 ข้อ เทียบกับเม็กซิโกที่มีถึง 60 ข้อ อย่างไรก็ตาม แม้ USMCA จะช่วยบังเหี้ยงมาตรการคุ้มครองการค้าได้บางส่วน แต่ภาษีอัลกูมิเนียมยังคงสร้างความเสียหาย และชาวแคนาดาตอบโต้ด้วยการยกเลิกการเดินทางไปอเมริกาเป็นจำนวนมาก

มองไปที่ภาพรวมของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการผลิต สถานะของ USMCA ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลขการค้าขายสินค้าเกษตรหรือยานยนต์ แต่มันคือกระดูกสันหลังของกลยุทธ์ “Nearshoring” ที่บริษัทเทคใหญ่ๆ อย่าง Tesla หรือแม้แต่ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่างพึ่งพาอยู่ หากสหรัฐฯ เลือกที่จะสร้างความไม่แน่นอนด้วยการทบทวนรายปี หรือใช้คำขู่ขวัญเรื่องการผนวกดินแดนเป็นเครื่องมือเจรจา มันจะส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานในภาคเทคสูงขึ้นและยากต่อการวางแผน R&D ร่วมกันข้ามพรมแดน

แนวโน้มมองไปข้างหน้า เราอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานหากความตึงเครียดทางการค้านี้บานปอง แคนาดาและเม็กซิโกอาจต้องเร่งหาตลาดใหม่หรือพึ่งพาตนเองมากขึ้น ขณะที่สหรัฐฯ อาจต้องเผชิญกับราคาอุปกรณ์เทคที่สูงขึ้นหากขาดแหล่งผลิตจากเพื่อนบ้านเพื่อนบ้าน การต่ออายุสนธิสัญญา 16 ปีที่แคนาดาเสนอจึงไม่ใช่แค่คำขอร้อง แต่เป็นความพยายามครั้งสุดท้ายที่จะรักษาเสถียรภาพของระบบนิเวศเทคโนโลยีอเมริกาเหนือไว้ให้คงอยู่ต่อไป

บทความนี้ให้บริการโดยผู้ให้บริการเนื้อหาภายนอก SeaPRwire (https://www.seaprwire.com/) ไม่ได้ให้การรับประกันหรือแถลงการณ์ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

หมวดหมู่: ข่าวสําคัญ ข่าวประจําวัน

SeaPRwire จัดส่งข่าวประชาสัมพันธ์สดให้กับบริษัทและสถาบัน โดยมียอดการเข้าถึงสื่อกว่า 6,500 แห่ง 86,000 บรรณาธิการและนักข่าว และเดสก์ท็อปอาชีพ 3.5 ล้านเครื่องทั่ว 90 ประเทศ SeaPRwire รองรับการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์เป็นภาษาอังกฤษ เกาหลี ญี่ปุ่น อาหรับ จีนตัวย่อ จีนตัวเต็ม เวียดนาม ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เยอรมัน รัสเซีย ฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกส และภาษาอื่นๆ