(SeaPRwire) –

ในฐานะที่ผมติดตามตลาดสตรีมมิ่งมาอย่างใกล้ชิด ชาญชัย วิริยะกุล มองว่ากรณีของ War Machine เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของพลัง “Algorithmic Serendipity” ที่ Netflix เล่นเกมได้เจ๋งมาก ความสำเร็จของหนังเรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากงบประมาณการตลาดแบบบอมบ์ทิ้ง แต่เกิดจากความอยากดูของผู้ชมที่ถูกจับเจอผ่านอัลกอริทึม การตัดสินใจทำภาคต่อทันทีนั้น สะท้อนให้เห็นว่า Netflix กำลังเปลี่ยนผังงานจากการ “สร้างแล้วหวังว่าจะดัง” ไปเป็นการ “รอดูว่าอะไรดังแล้วค่อยลงทุน” ซึ่งนี่คือกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในยุคที่ข้อมูลคือกษัตริย์
หายไปในทะเลหนังและซีรีส์ใหม่มากมายที่ Netflix เทให้เราทุกเดือน หนังบล็อกบัสเตอร์เหล่านั้นอาจได้รับการโปรโมตแบบเต็มขั้น แต่สำหรับหนังบางเรื่อง ความสำเร็จมักเกิดจากการแนะนำของระบบค้นหา จนกลายเป็นความประหลาดใจที่ไม่มีใครคาดคิดเหมือนกับ Tiger King หรือ Squid Game ที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ ย้อนกลับไปเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีหนังแอ็คชั่นระทึกขวัญเรื่องหนึ่งที่แฝงเนื้อหาไซไฟเข้ามาอย่างหนัแน่น จนกลายเป็นหนึ่งในหนังที่มีคนเปิดดูมากที่สุดของแพลตฟอร์ม และล่าสุด Netflix ตัดสินใจจะลุยต่อด้วยการสร้างภาคต่อ

War Machine นำแสดงโดยดาราดังจากซีรีส์ Reacher อย่าง Alan Ritchson ในบททหารผู้ตัดสินใจเข้ารับการฝึกขั้นรุนแรงเพื่อเป็น Army Ranger เขาและเพื่อนร่วมรุ่นต้องเผชิญกับการทดสอบรอบสุดท้าย ซึ่งเป็นภารกิจจำลองที่จมลึกและต้องพึ่งพาตัวเองโดยไม่มีความช่วยเหลือจากภายนอก แต่สิ่งที่พวกเขาคิดว่าเป็นแค่การฝึกซ้อม กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการรุกรานของมนุษย์ต่างดาว บังคับให้พวกเขาต้องสู้เพื่อเอาชีวิตรอด
ตามรายงานจาก Variety ตอนนี้ Netflix กำลังพัฒนาภาคต่อของ War Machine โดยมีผู้กำกับและผู้เขียนบทคนเดิมอย่าง Patrick Hughes กลับมาร่วมงาน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันว่า Alan Ritchson จะกลับมารับบทเดิมหรือไม่ แม่นยำไปกว่านั้น ภาคต่ออาจจะตามติดตัวละครเอก “81” ไปในภารกิจถัดไป หรืออาจจะหันไปเล่าเรื่องราวของรุ่นน้องกลุ่มใหม่ที่เข้ามาคอร์สเป็น Rangers ก็ได้ แม้ว่าความตื่นตะลึงของการรุกรานของเอเลี่ยนจะทำซ้ำได้ยาก แต่รูปแบบการเล่าเรื่องแบบเดิมก็ยังสามารถสร้างความบันเทิงได้

แต่ถ้าหาก Ritchson ตัดสินใจกลับมารับราชการครั้งนี้—ซึ่งเขาก็ได้โพสต์เกรงใจข่าวนี้ไว้ใน Instagram แล้ว—หนังเรื่องนี้มีพล็อตเรื่องที่สมบูรณ์แบบสำหรับภาคต่อ War Machine จบลงด้วยการที่ 81 ถูกคัดเลือกให้เข้าสู่ Army Rangers และในฐานะทหารที่มีประสบการณ์ต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตประหลาดมากที่สุด เขาได้รับมอบหมายให้นำกำลังเข้าโจมตีภัยคุกคามใหม่นี้ ภาคต่ออาจจะไม่เน้นที่การฝึกซ้อมของ Rangers แล้ว แต่จะติดตามทหารคนนี้แทน—ซึ่งหวังว่าตอนนั้นจะถูกเรียกชื่อจริงไม่ใช่แค่ตัวเลข—ขณะที่เขาใช้ประสบการณ์ของเขาช่วยโลกจากการรุกราน
แม้ว่าจะมีผู้สมัครเพียงไม่กี่คนที่รอดชีวิตถึงท้ายเรื่องในภาคแรก แต่ภาคต่อนี้เป็นช่องทางที่ดีในการแนะนำตัวละครกลุ่มใหม่ และอาจจะวางรากฐานของแฟรนไชส์ภาพยนตร์ใหม่ให้กับ Netflix ใครจะรู้ บางที War Machine อาจจะกลายเป็น View Machine ที่แท้จริงสำหรับผู้ชม
War Machine ฉายรอบแรกแล้วบน Netflix
มองไปในภาพกว้าง สิ่งที่เกิดขึ้นกับ War Machine คือการยืนยันว่าโมเดลธุรกิจของสตรีมมิ่งกำลังเข้าสู่ยุค “Fast-Follow Franchise” จริงๆ ในอดีต การสร้างภาคต่อต้องใช้เวลาวางแผนและประเมินผลตอบรับเป็นปี แต่ตอนนี้ข้อมูลสดๆ สามารถบอก Netflix ได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ว่า IP ตัวไหนควรได้รับการลงทุนต่อ นี่คือการลดความเสี่ยงทางการเงินอย่างมหาศาล และเป็นข่าวดีสำหรับแฟนๆ หนังแนว Genre-bending ที่ไม่ได้เป็น Mainstream เพราะตอนนี้พวกเขามีโอกาสที่จะได้เห็นโลกของหนังที่ตัวเองรักขยายใหญ่ขึ้น แทนที่จะถูกทิ้งให้เป็นหนังเดี่ยวที่จบไปแค่นั้น
บทความนี้ให้บริการโดยผู้ให้บริการเนื้อหาภายนอก SeaPRwire (https://www.seaprwire.com/) ไม่ได้ให้การรับประกันหรือแถลงการณ์ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้
หมวดหมู่: ข่าวสําคัญ ข่าวประจําวัน
SeaPRwire จัดส่งข่าวประชาสัมพันธ์สดให้กับบริษัทและสถาบัน โดยมียอดการเข้าถึงสื่อกว่า 6,500 แห่ง 86,000 บรรณาธิการและนักข่าว และเดสก์ท็อปอาชีพ 3.5 ล้านเครื่องทั่ว 90 ประเทศ SeaPRwire รองรับการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์เป็นภาษาอังกฤษ เกาหลี ญี่ปุ่น อาหรับ จีนตัวย่อ จีนตัวเต็ม เวียดนาม ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เยอรมัน รัสเซีย ฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกส และภาษาอื่นๆ