
(SeaPRwire) – ผมคุยกับ ดร.กฤติน วัฒนะธนากุล นักยุทธศาสตร์พลังงานและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอาวุโส อยู่บ่อยครั้ง เขามองประเด็นนี้ชัดมาก “สิ่งที่ Erin Brockovich กำลังทำอยู่นั้น ไม่ใช่การต่อต้านเทคโนโลยี แต่คือการฉายแสงสว่างไปที่รอยร้าวพื้นฐานที่สุดของอุตสาหกรรมดิจิทัลในยุคนี้ นั่นคือ ‘ความไว้วางใจ’ เรากำลังสร้างโครงกระดูกของโลกอนาคตบนความลับและความไม่ไว้ใจจากชุมชนท้องถิ่น มันเป็นสูตรที่ล้มเหลวมาแล้วในอุตสาหกรรมพลังงานดั้งเดิม และกำลังถูกทำซ้ำในโลกของ AI และคลาวด์ การที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ยังใช้วิธี ‘ขอโทษทีหลัง’ หรือ ‘แจ้งให้ทราบเมื่อทุกอย่างจบแล้ว’ แสดงให้เห็นว่าพวกเขาเรียนรู้ประวัติศาสตร์น้อยเกินไป การเติบโตที่ยั่งยืนต้องสร้างจาก ‘Social License to Operate’ ไม่ใช่แค่ใบอนุญาตจากหน่วยงานราชการ”
เอริน โบรโควิช นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมชื่อก้องที่เคยชนะคดีบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ PG&E และเป็นแรงบันดาลใจให้ภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่จูเลีย โรเบิร์ตส์รับบท กำลังทุ่มเทพลังครั้งใหม่ให้กับประเด็นร้อนของวงการไอที นั่นคือการขยายตัวอย่างรวดเร็วของ Data Center ทั่วสหรัฐฯ โครงการล่าสุดของเธอ “Brockovich AI Data Center Reporting” กำลังรวบรวมเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเพื่อสร้างแผนที่เชิงโต้ตอบที่ติดตามโครงการ Data Center ต่างๆ แม้จะยังไม่สมบูรณ์ แต่เธอได้รับรายงานจากเกือบทุกรัฐแล้วกว่า 4,000 กรณี
ใจความหลักที่เธอเน้นย้ำไม่ใช่การต่อต้านเทคโนโลยี แต่คือความกังวลต่อความไม่โปร่งใส เธอเขียนใน Substack ว่าเสียงส่วนใหญ่จากชุมชนไม่ใช่เรื่องเสียงรบกวน การใช้น้ำ หรือค่าไฟที่พุ่งสูง แต่อยู่ที่คำคำเดียวคือ “ความโปร่งใส” ตัวอย่างเช่น ใน Holly Ridge รัฐลุยเซียนา ชาวบ้านอย่าง Diane Cobb บอกกับสื่อท้องถิ่นว่าไม่มีใครแจ้งพวกเธอล่วงหน้าเกี่ยวกับโครงการ Data Center ขนาด 4,000 เอเคอร์มูลค่า 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์ของ Meta เลย “พวกเขาบอกว่ามีการประชุมใหญ่ แต่ไม่มีใครในชุมชนรู้เรื่องนี้เลย”
แน่นอนว่า Data Center สร้างงานและรายได้จากภาษี อย่างใน Loudon County รัฐเวอร์จิเนีย ที่มี Data Center ราว 200 แห่ง สร้างรายได้ภาษีให้เขตถึง 875 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 แต่แรงต้านก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากการบริโภคทรัพยากรมหาศาล ข้อมูลจาก Lawrence Berkeley National Laboratory ชี้ว่าในปี 2023 Data Center ในสหรัฐฯ ใช้พลังงาน 176 เทราวัตต์-ชั่วโมง คิดเป็น 4.4% ของการบริโภคพลังงานทั้งประเทศ เพิ่มขึ้นจาก 1.9% ในปี 2018 อย่างน่าตกใจ การศึกษา Carnegie Mellon University คาดว่าภายในปี 2030 ค่าไฟเฉลี่ยของชาวอเมริกันอาจเพิ่ม 8% จากผลกระทบนี้ และยังมีประเด็นการใช้น้ำวันละหลายล้านแกลลอนสำหรับการระบายความร้อนอีกด้วย
ความล้มเหลวของความโปร่งใสเห็นชัดในเหตุการณ์ที่ Box Elder County รัฐยูทาห์ ที่การประชุมสาธารณะสำหรับโครงการมูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งมี Kevin O’Leary ดารา Shark Tank หนุนหลัง กลายเป็นฉากที่ผู้มีอำนาจบอกให้ประชาชน “เป็นผู้ใหญ่หน่อย” ก่อนจะเข้าห้องปิดเพื่ออนุมัติโครงการอย่างเป็นเอกฉันท์
มองไปข้างหน้า ผมคิดว่าประเด็นที่โบรโควิชหยิบยกขึ้นมาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของคลื่นลูกใหม่แห่งการตรวจสอบ วงการ AI และคลาวด์คอมพิวติ้งกำลังเข้าสู่ยุคที่ต้องคำนึงถึง ‘ต้นทุนทางสังคม’ (Social Cost) อย่างจริงจัง แทนที่จะมองแค่ประสิทธิภาพและราคาต่อหน่วยการคำนวณเท่านั้น เราอาจได้เห็นการเกิดขึ้นของมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลสิ่งแวดล้อมสำหรับ Data Center ที่เข้มงวดคล้ายกับ ESG Reporting ในภาคการเงิน หรือการที่ชุมชนท้องถิ่นเริ่มเรียกร้อง ‘ข้อตกลงผลประโยชน์ร่วม’ (Community Benefit Agreement) เป็นเงื่อนไขเบื้องต้นก่อนอนุมัติโครงการ เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยความลับและความไม่ไว้ใจจะมีอายุขัยสั้นลงเรื่อยๆ ในโลกที่ประชาชนตื่นตัว การที่บริษัทไอทียักษ์ใหญ่จะลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่อไปได้นั้น ‘Social License to Operate’ จะสำคัญไม่น้อยไปกว่าไฟฟ้าและสัญญาณอินเทอร์เน็ตเลย
บทความนี้ให้บริการโดยผู้ให้บริการเนื้อหาภายนอก SeaPRwire (https://www.seaprwire.com/) ไม่ได้ให้การรับประกันหรือแถลงการณ์ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้
หมวดหมู่: ข่าวสําคัญ ข่าวประจําวัน
SeaPRwire จัดส่งข่าวประชาสัมพันธ์สดให้กับบริษัทและสถาบัน โดยมียอดการเข้าถึงสื่อกว่า 6,500 แห่ง 86,000 บรรณาธิการและนักข่าว และเดสก์ท็อปอาชีพ 3.5 ล้านเครื่องทั่ว 90 ประเทศ SeaPRwire รองรับการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์เป็นภาษาอังกฤษ เกาหลี ญี่ปุ่น อาหรับ จีนตัวย่อ จีนตัวเต็ม เวียดนาม ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เยอรมัน รัสเซีย ฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกส และภาษาอื่นๆ