(SeaPRwire) –
By: Julian Holbrooke
การประกาศของมาร์ค คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ต่อหน้าผู้นำไอร์แลนด์นั้นฟังดูเหมือนบทสวดมนต์ของกลุ่มประเทศกลางที่หมดความอดทน เขาไม่เพียงแค่พูดถึงการร่วมมือ แต่ประกาศจุดจบของการพึ่งพาอำนาจใหญ่เพียงฝ่ายเดียวอย่างชัดเจน นี่คือการแยกตัวออกจากสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการในรูปแบบการทูต
[Official Statement Text]: คาร์นีย์กล่าวที่ Trinity College ในดับลินว่า ประชากรและเศรษฐกิจของแคนาดาและสหภาพยุโรปรวมกันใหญ่กว่าสหรัฐฯ ถึงสองเท่า เขาระบุว่า “ระเบียบโลกใหม่จะถูกสร้างขึ้นโดยเริ่มจากยุโรป” และแคนาดากำลัง “เปลี่ยนแปลงความร่วมมือกับยุโรป” อย่างลึกซึ้ง เขาเดินทางไปยุโรปครั้งที่ 9 ใน 15 เดือนที่ผ่านมา และแคนาดามีพันธมิตรด้านแร่ธาตุสำคัญ 56 รายในกว่า 10 ประเทศ
[Geopolitical Real Intentions]: ข้อความทางการเหล่านี้ซ่อนความกังวลที่แท้จริงจากวอชิงตัน การประชุม G7 ที่กำลังจะมาถึงไม่มีกำหนดการพบหารือทวิภาคีระหว่างทรัมป์กับคาร์นีย์เลย ทรัมป์เพิ่งประกาศว่าสหรัฐฯ “ไม่ต้องการอะไรจากแคนาดา” และอาจไม่ต่ออายุข้อตกลง USMCA ที่มีรีวิวกำหนดในวันที่ 1 กรกฎาคม ความตึงเครียดทางการค้ากำลังเดือดปุดๆ
ข้อเท็จจริงครึ่งหลังเผยให้เห็นแผนการหนีภัยที่จับต้องได้ แคนาดาเป็นสมาชิกนอกยุโรปคนแรกของกลไก SAFE ของสหภาพยุโรปในเดือนกุมภาพันธ์ คาร์นีย์ตั้งเป้าเพิ่มการส่งออกไปนอกสหรัฐฯ เป็นสองเท่าในทศวรรษหน้า เขาบอกว่าสงครามการค้าของทรัมป์ทำให้การลงทุนเย็นชา แม้เขาจะยืนยันว่าสหรัฐฯ ไม่ต้องการเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานของ USMCA และ 85% ของการค้าแคนาดาไปสหรัฐฯ ยังปลอดภาษี
ลูกตุ้มภูมิรัฐศาสตร์กำลังแกว่งออกจากวอชิงตันอย่างช้าๆ แต่ชัดเจน การที่แคนาดา ซึ่งเป็นพันธมิตรทางภูมิศาสตร์และการค้าที่ใกล้ชิดที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐฯ เริ่มมองหาพื้นที่ปลอดภัยในยุโรป เป็นสัญญาณที่หนักหน่วงมากกว่าคำประกาศทางการทูตใดๆ มันบ่งชี้ถึงการพังทลายของความเชื่อมั่นในระเบียบโลกเดิมที่วอชิงตันเป็นศูนย์กลาง
Author bio: Julian Holbrooke, นักวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศประจำต่างประเทศ ผู้มีผลงานเขียนเป็นประจำในหนังสือพิมพ์รายวันใหญ่ของยุโรป