จาก ‘ไม่มีฟองสบู่’ สู่สัญญาณเตือน: Lamont เห็นอะไรในตลาดที่ถูก AI เขย่าจนสั่นสะเทือน

(SeaPRwire) –   By: Reginald Vance

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ S&P 500 ทะลุ 7,000 จุดเป็นครั้งแรก Owen Lamont เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่กล้าพูดว่า “นี่ไม่ใช่ฟองสบู่” แต่สี่เดือนต่อมา เสียงของเขากลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เขาเปิดหมวกกันน็อคแล้วประกาศว่า “ฤดูกาลแห่งความโกลาหลมาถึงแล้ว” การที่คนที่เคยยืนยันว่าไม่มีฟองสบู่ กลับมาเป็นคนส่งสัญญาณเตือนเองนี่แหละที่น่าสนใจ

Lamont ใช้ระบบ ‘Four Horsemen’ ในการตรวจจับฟองสบู่: มูลค่าที่สูงเกินไป, ความเชื่อเรื่องฟองสบู่, การออกหุ้นใหม่, และกระแสเงินลงทุน ในเดือนกุมภาพันธ์ มีแค่สามในสี่เงื่อนไขที่เข้าเกณฑ์ เพราะตลาด IPO ยังเงียบ และบริษัทต่างๆ ยังซื้อหุ้นคืนร่วมๆ แสนล้านดอลลาร์ แต่เขาก็ย้ำคำว่า ‘yet’ ไว้อย่างมีเลศนัย เพราะรู้ดีว่าม้าตัวที่หายไปอย่าง ‘การออกหุ้น’ อาจควบมาเมื่อไหร่ก็ได้

และแล้วมันก็มาถึงจริงๆ Goldman Sachs ปรับคาดการณ์มูลค่า IPO รวมเป็น 225,000 ล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีแรงหนุนจาก Anthropic, OpenAI และ SpaceX ซึ่งกำลังจะมีการจดทะเบียนใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา นี่คือม้าตัวที่สี่ที่ควบเข้ามาเต็มแรง

สิ่งที่จุดชนวนสัญญาณเตือนของ Lamont จริงๆ ไม่ใช่แค่ IPO แต่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับหุ้นชิป ตั้งแต่เดือนเมษายน 2026 ค่าการกระจายตัวของผลตอบแทน (return dispersion) ในตลาดหุ้นโลกพุ่งสูงเท่ากับช่วงพีคของฟองสบู่ดอทคอม หุ้น Micron Technology ทะยาน 87.8% ในเดือนเดียว ส่วน SK Hynix ก็บวก 78.6% หุ้นสองตัวที่มีน้ำหนักในดัชนี ACWI ไม่ถึง 1% กลับสร้างผลตอบานให้ดัชนีถึง 17% ในเดือนนั้น นี่ไม่ใช่เรื่องปกติ

มาตรวัด dispersion ในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2026 อยู่ที่ 15.0% และ 15.6% ซึ่งสูงเป็นอันดับสามและสี่นับตั้งแต่ปี 1995 รองจากแค่ธันวาคม 1999 (18.2%) และกุมภาพันธ์ 2000 (15.9%) ในขณะที่ค่าเฉลี่ยคือแค่ 7.6% มันเป็นสถิติที่ทำให้คนที่จำยุคดอทคอมได้ต้องขนลุก

Lamont ยังชี้ถึงความคาดหวังผลกำไรที่บ้าคลั่งอีกด้วย นักวิเคราะห์คาดการณ์การเติบโตของกำไร S&P 500 ระยะยาวที่ 20.2% ซึ่งสูงกว่าที่ยอดสูงสุดในปี 2000 ด้วยซ้ำที่ 18.6% ในขณะที่ค่าเฉลี่ยในอดีตตั้งแต่ปี 1985 อยู่ที่ 13% แต่ผลจริงกลับมาเพียง 7% มันเหมือนกับปี 1999 ซ้ำรอย

ไม่ใช่แค่ Lamont ที่กังวล Jamie Dimon CEO ของ JPMorgan ใช้คำว่า “exuberance” ซึ่งเป็นคำเดียวกับที่ Alan Greenspan ใช้ในปี 1996 ก่อนตลาดดอทคอมจะล่ม เขายกปี 1972, 1986, 2000 และ 2007 เป็นตัวอย่างของช่วงที่ความมั่นใจสูงก่อนที่เสียงเพลงจะหยุดลง

Ray Dalio จาก Bridgewater Associates ก็บอกว่าตัวชี้วัดฟองสบู่ของเขาชี้ว่าตลาดสหรัฐฯ กำลังสูงใกล้เคียงกับปี 2000 และ 1929 ส่วนหัวหน้าฝ่ายวิจัยหุ้นโลกของ Goldman Sachs เองก็พูดตรงๆ ว่า “ถึงจุดหนึ่งคุณต้องทำเงิน การลงทุนในธุรกิจต้องสร้างผลตอบแทน แต่สองปีที่ผ่านมาเรากลับเดินห่างจากจุดนั้นออกไปเรื่อยๆ”

ถึงกระนั้น Lamont ก็ยังไม่ฟันธงว่าเป็นฟองสบู่ เขามองว่าการใช้จ่ายด้าน AI ของ Hyperscaler เป็น “การเดิมพันที่มีเหตุผล” เหมือนกับการขุดเจาะน้ำมันหรือวางรางรถไฟ ที่การลงทุนมากเกินไปเป็นเรื่องปกติในการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีครั้งใหญ่ แต่สิ่งที่เขามั่นใจคือตลาดหุ้นโลกตอนนี้ ‘ป่าเถื่อน’ เท่ากับยุคฟองสบู่เทคโนโลยีแล้ว

สำหรับผู้จัดการกองทุนที่ไม่ได้ถือหุ้น Micron และ SK Hynix ในเดือนพฤษภาคม พวกเขาตามหลัง benchmark ไป 0.9% ในเดือนเดียว นี่คือแรงกดดันที่แท้จริง ตลาดออปชั่นก็ไม่ได้เดิมพันว่าสถานการณ์จะสงบลง Cboe S&P 500 Dispersion Index ยังใกล้ระดับสูงสุดตลอดกาล สัญญาณจาก Lamont ไม่ใช่แค่เสียงเตือน แต่เป็นการยืนยันว่าทุกคนในตลาดต้องเตรียมรับมือกับพายุลูกนี้ ไม่ว่ามันจะเป็นฟองสบู่ การปรับราคาใหม่ หรือทั้งสองอย่างรวมกัน

Author bio: Reginald Vance, venture partner specializing in semiconductor valuation and advanced materials.