ทองคำพุ่งพรวด: ทำไมนักลงทุนเอเชียรุ่นใหม่ถึงทิ้งหุ้นหันมาถือทองแทน?

(SeaPRwire) –

By: Christian Pierce

ตลาดทองคำเอเชียกำลังเปลี่ยนเกม นักลงทุนรุ่นใหม่ไม่ได้มองทองเป็นเครื่องประดับอีกต่อไป แต่ถือเป็น “ที่หลบภัย” จริงจัง หลังวิกฤตโควิด-19 สอนบทเรียนเจ็บปวดว่าหุ้นและอสังหาฯ ล่มสลายได้ง่ายๆ บริษัท Hartadinata Abadi ในอินโดนีเซียยืนยันชัด รายได้ไตรมาสแรกปี 2026 มาจากทองแท่ง 98% เหลือเครื่องประดับแค่ 2% ยอดขายพุ่ง 135% จนกระโดดขึ้น 115 อันดับในดัชนี Southeast Asia 500

ข้อมูลจาก World Gold Council ชี้ว่าความต้องการทองคำทั่วโลกปี 2025 พุ่ง 84% สู่ 2,175 ตัน ราคาแตะสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5,589.38 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ธนาคารกลางทั่วโลกก็หันมาถือทองแทนพันธบัตรสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี โดยทองครอง 27% ของสำรองระหว่างประเทศ เทียบกับพันธบัตรสหรัฐฯ ที่เหลือ 22% แพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง Endowus รายงานกองทุนทองคำเติบโต 10 เท่าใน 2025 จาก 4.2 ล้านดอลลาร์เป็น 47.9 ล้านดอลลาร์ ผู้ลงทุนอายุ 25-44 ปีคิดเป็น 67% บนแพลตฟอร์ม StashAway

ผู้เชี่ยวชาญเตือนอย่าไล่ราคาทองตอนพุ่งสูง ธนาคาร OCBC แนะนำให้จัดพอร์ตทองคำไม่เกิน 4% เพราะหลังสงครามอิหร่าน ราคาทองร่วง 14% ลงต่ำกว่า 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยและค่าเงินเอเชียที่อ่อนตัวทำให้ทองไม่ใช่ “ที่หลบภัยสมบูรณ์แบบ” อีกต่อไป การกระจายการลงทุนยังคงเป็นกลยุทธ์เดียวที่ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง

Author bio: Christian Pierce เป็นนักเขียนคอลัมน์การเงินอาวุโส ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ตลาดและกลยุทธ์การลงทุนระดับองค์กร มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปีในการติดตามแนวโน้มเศรษฐกิจเอเชีย